กล่องทำนายเบอร์

หมวดหมู่เบอร์
ผลรวม
เครือข่ายเบอร์
ราคาเบอร์
ติดต่อเรา
pinkky2519@hotmail.com
081 596 9495
pinkky789
https://goo.gl/KfUqsA
 
          รับชำระด้วย
      บัตรเครดิต/เดบิต

            
  [รับชำระ ตั้งแต่ 2,000 บ.ขึ้นไป]
 
  จำหน่ายแสตมป์
ชุดยาวที่สุดในโลก
    ร.9 ชุดสุดท้าย 
  
 
     
จำหน่ายเหรียญ
   พระยาพิชัยดาบหัก
 












บทความยอดนิยม
 

ความหมายเบอร์มงคล

วิเคราะเบอร์โทรศัพท์ คืออะไร

โปรแกรมทำนายเบอร์มงคล ฟรี 

ตัวเลขในเบอร์มือถือ บอกอะไรกับเรา

ชะตาชีวิตกับกลุ่มตัวเลข อ.นิติกฤตย์


จำหน่ายของฝาก
เมืองอุตรดิตถ์

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ปรุงรส

ข้าวแคบปรุงรส

เช็คพัสดุ EMSBOT
 

Facebook
กสทช.เคาะแล้ว! ผู้ใช้มือถือมีสิทธิย้ายค่ายเบอร์เดิม แม้ติดสัญญาซื้อเครื่องใช้บริการ
29 ม.ค. 2560 21:44    85 ครั้ง
27 มกราคม 2560 07:07 น. (แก้ไขล่าสุด 27 มกราคม 2560 10:55 น.)

     น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
สำนักกฎหมายโทรคมนาคม ชี้ค่ายมือถือผูกสัญญาซื้อขายเครื่องโทรศัพท์ราคาพิเศษไม่ใช่สัญญาให้บริการโทรคมนาคม ผู้ใช้บริการมีเสรีภาพบอกเลิกสัญญา หรือย้ายเครือข่ายได้ตามที่กฎหมายให้สิทธิ โดยผู้ให้บริการไม่สามารถอ้างการผูกสัญญาจากการซื้อเครื่องราคาพิเศษมาเป็นเหตุผลในการปฏิเสธการขอโอนย้ายเลขหมาย หรือขอยกเลิกสัญญาใช้บริการได้
       
       สืบเนื่องจากการประชุม กทค. ครั้งที่ 28/2559 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภครายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ที่มีความประสงค์ต้องการโอนย้ายเครือข่ายผู้ให้บริการ (ย้ายค่ายเบอร์เดิม) แต่ทางบริษัท แจ้งว่าติดสัญญาใช้บริการเป็นเวลา 12 เดือน หากผู้ใช้บริการต้องการยกเลิกการใช้บริการ หรือโอนย้ายเครือข่ายก่อนครบกำหนดเวลา ผู้ใช้บริการก็ต้องชำระส่วนต่างค่าเครื่องโทรศัพท์ หลังจากนั้น ทางบริษัทจึงจะดำเนินการโอนย้ายเครือข่ายให้
       
       ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว กทค. มีความเห็นแตกเป็นสองทาง ทางหนึ่งเห็นว่าการจะย้ายเครือข่ายคือการบอกเลิกสัญญาที่มีต่อกันต้องกระทำให้ครบตามสัญญานั้น ไม่ว่าจะเป็นการชดใช้ค่าเสียหาย หรือใช้หนี้ แล้วถ้ามีเหตุอันควรแก่การบอกเลิกสัญญาก็เลิกสัญญาได้ เมื่อเลิกสัญญาแล้วก็สามารถย้ายเครือข่ายได้
       
       ขณะที่ความเห็นของกรรมการอีกทางหนึ่ง เห็นว่าสัญญาแลกซื้อเครื่องโทรศัพท์ไม่ใช่สัญญาบริการโทรคมนาคม จึงไม่อยู่ในอำนาจกำกับดูแลของ กสทช. อีกทั้งผู้ร้องเรียนไม่ได้เป็นหนี้จากการค้างชำระค่าบริการ จึงไม่เข้าเหตุที่บริษัทจะปฏิเสธคำขอการโอนย้ายเลขหมายได้ ในที่สุด ที่ประชุม กทค. จึงมีมติมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. นำข้อสังเกตเหล่านี้ไปหารือกับฝ่ายกฎหมาย และนำเสนอที่ประชุม กทค. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง
       
       ล่าสุด สำนักกฎหมายโทรคมนาคม ได้มีหนังสือลงวันที่ 19 มกราคม 2560 เพื่อตอบข้อหารือของ กทค. โดยได้ให้ความเห็นทางกฎหมาย สรุปสาระสำคัญได้ว่า 1.สถานะของข้อตกลงเกี่ยวกับการแลกซื้อเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ในราคาพิเศษนั้นมีเจตนามุ่งหมายให้เกิดนิติกรรมการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นสำคัญ จึงมิใช่เป็นการกำหนดเงื่อนไขหรือข้อสัญญาที่เกี่ยวข้องต่อการให้บริการโทรคมนาคมระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ ข้อตกลงนี้จึงมิใช่เป็นสัญญาให้บริการโทรคมนาคมที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. แต่อย่างใด
       

       2.แม้ข้อตกลงจะมีการกำหนดให้ผู้แลกซื้อจะต้องใช้บริการต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ตาม แต่ข้อตกลงไม่ได้กำหนดห้าม หรือจำกัดสิทธิของผู้แลกซื้อในการยกเลิกสัญญาให้บริการโทรคมนาคมแต่อย่างใด ดังนั้น ผู้แลกซื้อก็ยังคงมีสิทธิในการยกเลิกสัญญาใช้บริการโทรคมนาคมได้ตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549
       
       3.แม้ข้อตกลงจะมีการกำหนดให้ผู้แลกซื้อเครื่องจะต้องใช้บริการต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ตาม แต่ข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่ได้กำหนดห้ามหรือจำกัดสิทธิของผู้แลกซื้อในการใช้บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่อย่างใด ดังนั้น ผู้แลกซื้อจึงยังคงมีสิทธิ “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” ได้ตามประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ฯ
       
       4.ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 กสทช. มีอำนาจเพียงเฉพาะการสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเมื่อปรากฏเรื่องร้องเรียนว่า ผู้รับใบอนุญาตกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย เงื่อนไขการอนุญาต สัญญาการให้บริการ หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการที่ดี ในทางกลับกัน การพิจารณาเรื่องร้องเรียน กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้ กสทช. มีอำนาจในการสั่งให้ผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการใดๆ เหมือนเช่นกรณีของผู้รับใบอนุญาต ดังนั้น กทค. จึงไม่มีอำนาจในการสั่งให้ผู้ใช้บริการจ่ายค่าปรับ หรือชดใช้ราคาเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่บริษัทฯ
       
       ทางด้าน นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน แสดงความเห็นว่า กรณีนี้ไม่ใช่การผ่อนค่าเครื่องโทรศัพท์ แต่เป็นการใช้โปรโมชัน และหากต้องการยกเลิกสัญญาต้องชำระส่วนลดค่าเครื่องคืน จึงชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หนี้ค่าบริการที่อยู่ในการกำกับดูแลของ กสทช. สัญญานี้จึงไม่ใช่สัญญาในอำนาจของ กสทช. ผู้ให้บริการจึงต้องไปดำเนินการฟ้องเอง และยืนยันว่าในเรื่องการโอนย้ายเครือข่ายจะต้องชำระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อน
       
       แต่กรณีนี้เป็นหนี้ที่เกิดจากการผิดสัญญา จึงเกิด ณ วันที่ยกเลิกสัญญา หมายความว่า หนี้ค่าเครื่องจะยังไม่เกิดจนกว่ามีการโอนย้ายค่าย และผู้ใช้บริการมีความรับผิดที่ต้องจ่าย แต่ผู้ให้บริการไม่สามารถบอกว่าต้องจ่ายก่อนจึงจะย้ายค่ายได้ ดังนั้น ถ้าบริษัทบอกว่าต้องชำระหนี้นี้ก่อนก็เท่ากับเป็นการกีดกันไม่ให้ย้ายค่าย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย
       
       “เรื่องนี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกับการใช้สิทธิย้ายค่ายเบอร์เดิมของผู้ใช้บริการในระหว่างรอบบิล กล่าวคือ หนี้รอบบิลสุดท้ายเป็นเรื่องที่เกิดก็ต่อเมื่อมีการยกเลิกสัญญา แน่นอนว่าเป็นหนี้ที่ผู้ใช้บริการยังคงต้องรับผิดชอบ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ผู้ให้บริการจะใช้เป็นข้ออ้างหรือเงื่อนไขในการที่ปฏิเสธการขอย้ายค่ายของผู้ใช้บริการได้”
 
ขอขอบคุณ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์